พี่น้องสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิฉัน ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล ประธาน
กรรมการเลขาธิการ มูลนิธิบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ อาสาสมัครชายแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์
ขอขอบคุณ ทุกท่านที่ให้เกียรติมา ร่วมงาน แถลงข่าวครั้งนี้ โดยเฉพาะท่านสื่อมวลชนทุกแขนง ที่มาทำข่าวโครงการ สายธารใจให้ชีวิตเพี่อพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมาร่วมให้
กำลังใจ ดิฉันและคณะฯ ในกรณีที่ทุกท่านทราบกันดีว่า เราผ่านศึกสงคราม ย่อยๆ ตามที่เป็นข่าว
กันมาอย่างน่าอัศจรรย์ แล้วเดี๋ยวดิฉัน จะเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้ฟัง...
ก่อนอื่น ดิฉันอยากแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับ มูลนิธิบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร
ชายแดนฯ กันก่อน นะคะว่าเพราะเหตุใด ดิฉันจึงต้องออกเยี่ยมทหาร ตำรวจ และประชาชนที่
ภาคใต้ จนทำให้ประสบกับเหตุการณ์ ระทึกขวัญ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
มูลนิธิบำรุงขวัญฯ ของเราก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 ซึ่งก่อนหน้านั้นมีผู้ก่อการร้าย
ตามแนวชายแดน ทำให้ มีทหาร ตำรวจ ที่ออกสู้รบปกป้องประเทศชาติ ต้องบาดเจ็บล้มตายลง
เป็นจำนวนมาก องค์กรสาธารณกุศลหลักๆ ที่ให้ความช่วยเหลือ ทหาร ตำรวจ ที่บาดเจ็บหรือ
พิการ ในขณะนั้นคือ มูลนิธิสายใจไทย ซึ่งดิฉัน เป็นกรรมการ มูลนิธิฯ อยู่ด้วย ทำให้ได้เห็น
ความทุกข์ยากของเหล่าทหาร ตำรวจ ซึ่งทางมูลนิธิสายใจไทยฯ เองมีโครงการ ช่วยเหลือ
พวกเขาเหล่านั้น อยู่หลายโครงการ จวบจนปี พ.ศ. 2524 ดิฉันจึงตัดสินใจที่จะให้ความช่วย
เหลือ ทหาร ตำรวจและอาสาสมัครที่เข้าไปช่วยเหลือประเทศชาติ โดยการออกสู้รบ ตามแนว
ชายแดน เพราะเขาเหล่านั้นคือ แนวหน้า ความทุกข์ยากลำบากคงไม่ต้องสาธยายมากความ
เวลานอนไม่ได้นอนต้อง ตรวจตรา วางกำลังเวรยาม ลูกกระสุน ลูกระเบิดปลิดปลิวข้ามศรีษะ
และนี่คือเหตุการณ์จริง ที่ดิฉันออกไปประสบมาด้วยตนเอง ทั้งสิ้น คำถามในใจคือ...
แล้วทำไมถึงไม่มีใครมาดูแลทุกข์สุข ของพวกเขาเหล่านี้ พวกเขา ที่ยังไม่บาดเจ็บ ยังไม่พิการ
แต่กำลังปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเสี่ยง กำลังใจคือสิ่งสำคัญ พวกเราแนวหลังต้องไม่ละเลยทอดทิ้ง
หน้าที่ ปกป้องผืน แผ่นดินและประเทศชาติ ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของทหารหรือตำรวจเพียงอย่างเดียว
แต่พวกเราทุกคน ควรมีส่วนร่วม ในการปกป้องแผ่นดิน ของเราด้วย และนี่เองคือ การถือกำเนิด
มูลนิธิบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ อาสาสมัครชายแดนฯ โดยมีหม่อมหลวงบัว กิติยากร เป็น
ประธานมูลนิธิฯ คนแรก และดิฉันเป็นประธานกรรมการเลขาธิการคนปัจจุบัน เงินก้อนแรกที่
นำมาก่อตั้งมูลนิธิฯ จำนวน 6 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเงินจำนวนมาก ในตอนนั้นมาจากการจัด
งานคอนเสิร์ตแพ็ต เดบบีบูน ซึ่งเป็น คอนเสิร์ตของ ศิลปินต่างชาติกลุ่มแรกๆ ที่เข้ามาแสดง
ในเมืองไทย งานนั้นประสบ ความสำเร็จอย่างงดงาม หลังจากนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ จึงรับมูลนิธิบำรุงขวัญฯ ไว้ใน พระบรมราชินูปถัมภ์ การทำงานของมูลนิธิ
บำรุงขวัญฯ เริ่มด้วยการออกเยี่ยม เหล่าทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครตามแนวชายแดน อย่าง
จริงจัง โดยการจัดเครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของที่ต้องการใช้ ออก แจกจ่าย บำรุงขวัญ แม้
กำลังสู้รบกันอยู่ สถานการไม่สู้ดี หรืออยู่บนเขาไกลแค่ไหน พวกเราก็เดิน ทางเข้าไปเยี่ยมกัน
อยู่ตลอด และ ตั้งใจว่าเราจะไม่ทอดทิ้งพวกเขาเหล่านั้น เด็ดขาด...และเมื่อสถานการณ์ต่างๆ
คลี่คลาย เหตุการณ์ตามแนว ชายแดน เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ดิฉันจึงปรับเปลี่ยนรูปแบบการ
ออกเยี่ยมตามแนวชายเเดน มาเป็นการให้กำลังใจ ครอบครัว โดยการช่วยเหลือด้านการศึกษา
แก่ลูกหลานของเหล่าทหารหาญ และตำรวจชายแดนจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบัน เมื่อเหตุการณ์ทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คุกรุ่นและร้อนแรงขึ้นตาม ลำดับ มีการลอบฆ่า ทำร้าย ทั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และประชาชนไม่เว้น แม้กระทั่ง
พระสงฆ์ เป็นหน้าที่ที่ มูลนิธิบำรุงขวัญฯ ของเราจะ หยุดนิ่งดูดายไม่ได้ ประชาชน และ
เยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนอีกมากมาย ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้อง ลำบากในการ ทำมาหากิน
มีความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นมากขึ้น ก็เป็นความตั้งใจของดิฉันอีก เหมือนกันที่จะไม่ทอดทิ้ง
ถึงไกลและ ทุรกันดาร เป็นพื้นที่สีอะไร ดิฉันก็จะเข้าไป เพื่ออะไร??... ก็เพื่อให้ กำลังใจว่า
คนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังมีพวกเราอยู่เป็นกำลังใจ และอยู่ช่วยเหลือ กันยามที่พวกเขา
เดือดร้อน การเข้าพื้นที่ อย่างน้อยเดือนละครั้ง ตั้งแต่ปี 2547 ทำให้ได้ทราบปัญหาต่างๆ มากมาย
และพบว่าพี่น้องของเราใน 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มี วุฒิการศึกษา และว่างงาน ซึ่งนั่น
หมายถึง การนำมา ซึ่งปัญหาต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นการรับจ้าง กระทำสิ่ง ผิดกฎหมาย หรือ
การซ่องสุมกำลังทำร้ายประเทศชาติ เมื่อทราบเหตุการณ์ต่างๆ เป็นอย่างดี มูลนิธิ บำรุงขวัญฯ
จึงมีนโยบายที่จะช่วยเหลือด้าน การให้อาชีพ เพื่อให้มีรายได้ มีงานทำ โดยรวมเรียกว่าโครงการ
สายธารใจ ให้ชีวิตเพื่อพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็น โครงการที่จัดทำขึ้น โดยไม่มี
เงินสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นใด รวมถึงไม่มี เงินสนับสนุนจากภาครัฐ เป็นการดำเนินงานของ
มูลนิธิบำรุงขวัญฯ โดยท่านผู้หญิง วิระยา ชวกุล คือดิฉันเองเท่านั้น ภายในโครงการ
สายธารใจให้ชีวิต เพื่อพี่น้อง 3 จังหวัดชาย แดนภาคใต้ ประกอบไปด้วย
1. โครงการก่อสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิค (เดลต้า) เพื่อรับเยาวชนใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ที่ไม่มีวุฒิ การศึกษา และว่างงานเข้าฝึกฝีมือและ รับเข้าทำงานใน
โรงงาน ระหว่างรอการก่อสร้างเยาวชนที่สมัคร เข้าร่วมโครงการ ดังกล่าว กำลังฝึกงานอยู่ที่
โรงงานชั่วคราว ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน ซี่งโรงงานนี้จะสามารถรับ เยาวชนเข้าทำงานได้ไม่
ต่ำกว่า 400 ถึง 500 คน
2. โครงการก่อสร้างโรงงานผลิตชุดยูนิฟอร์ม เป็นการสร้างงานสำหรับแม่บ้านหรือสตรี
ใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้โดยมูลนิธิบำรุงขวัญฯ ได้ประสานกับศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานให้มา
เป็นผู้ฝึกฝีมือในเบื้องต้น และ กำลังส่งจักรเย็บผ้างวดแรก จำนวน 20 หลัง ลงในพื้นที่ ถึงแม
้
เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดกับพี่และคณะฯ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาจะเป็นเหตุการณ์อุกอาจ
ระทึก ขวัญเพียงใด (เล่าเหตุการณ์ที่ประสบ) แต่พี่รอดตายมาได้ ราวปาฏิหาริย์เพราะพี่เชื่อว่า
สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง จึงคอยปกปักรักษาให้พี่ รอดตายมาได้ ถึงเหตุการณ์ในวันนั้น จะไม่ทำให้พี่ยุติ
บทบาทการให้ความช่วยเหลือ พี่น้องชาวใต้ของเราจบลงแต่อย่างใด แต่พี่ กลับมองว่าเราควรมา
ช่วยกัน อย่างน้อย ร่วมเป็นกำลังใจ เก็บเกี่ยวกำลังใจส่งลงไปช่วยประชาชนที่รอคอยกำลังใจ
และความช่วยเหลือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้พี่รู้สึกว่า เราต้องช่วยกันอย่างจริงจัง และจริงใจ
หากเรามัวนิ่งเฉยปล่อย ให้เป็นหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเพียงอย่างเดียว ประเทศชาติเราคง
แย่ไปมากกว่านี้ มูลนิธิบำรุงขวัญฯ จึงมีดำริที่จะจัดงาน สายธารใจให้ชีวิต เพื่อพี่น้อง 3 จังหวัด
ชายแดนภาคใต้ ขึ้น เพื่อรวมตัวกันส่งกำลังใจให้พี่น้องใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ และหาเงิน
บริจาค สมทบโครงการสร้างงานสร้างอาชีพ ถวายเป็น พระราชกุศลเนื่องในโอกาส มหามงคล
เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการจัดงานจะไม่มี
การหักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งดิฉันหวังใจเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับความ ร่วมมือจากพี่น้องสื่อ
มวลชน และแขกผู้มีเกียรติ ทุกท่านให้การสนับสนุนและ เผยแพร่กิจกรรมของ มูลนิธิบำรุง ขวัญฯ ซึ่งมีกำหนดจะจัดงานและ ถ่ายทอดสดทาง ททบ. 5